แชร์

มาตรฐานบรรจุภัณฑ์ HDPE Food Grade ที่ผู้ประกอบการควรรู้ก่อนเลือกซื้อ

อัพเดทล่าสุด: 31 ก.ค. 2026
7 ผู้เข้าชม

มาตรฐานบรรจุภัณฑ์ HDPE Food Grade ที่ผู้ประกอบการควรรู้ก่อนเลือกซื้อ


คำว่า “HDPE Food Grade” เป็นหนึ่งในคำที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร วัตถุเจือปนอาหาร เครื่องปรุง เอนไซม์ กลิ่นรส และวัตถุดิบอาหารพบเห็นบ่อยที่สุดเมื่อต้องเลือกขวดหรือแกลลอนพลาสติก

อย่างไรก็ตาม การระบุว่าเป็น “Food Grade” เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอสำหรับการอนุมัติบรรจุภัณฑ์ เพราะผู้ซื้อควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่าเอกสารดังกล่าวครอบคลุมส่วนใด เช่น

· เม็ดพลาสติก HDPE

· สีหรือมาสเตอร์แบตช์ 

· ขวดหรือแกลลอนสำเร็จรูป 

· ฝาปิด 

· แผ่นรองฝา 

· ซีลปากภาชนะ 

· สภาวะการใช้งานจริง 

· ประเภทอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่นำมาบรรจุ 

ขวดที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกเกรดสัมผัสอาหาร ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูปทุกสี ทุกขนาด และทุกระบบฝาจะเหมาะกับผลิตภัณฑ์ทุกประเภท

ดังนั้น ผู้ประกอบการควรพิจารณาทั้งมาตรฐาน เอกสารประกอบ และผลการทดสอบภายใต้สภาวะที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริง


HDPE Food Grade หมายถึงอะไร

HDPE หรือ High-Density Polyethylene เป็นพลาสติกในกลุ่มพอลิเอทิลีนที่นิยมใช้ผลิตขวด แกลลอน ถัง และบรรจุภัณฑ์สำหรับงานอุตสาหกรรม เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ทนแรงกระแทก และทนสารเคมีหลายประเภทได้ดี

ส่วนคำว่า Food Grade หมายถึง วัสดุหรือบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพิจารณาให้เหมาะสำหรับการสัมผัสอาหาร ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้งานที่ระบุ

การพิจารณาว่าบรรจุภัณฑ์เหมาะกับการสัมผัสอาหารหรือไม่ จึงไม่ได้ดูเฉพาะชื่อพลาสติก แต่ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย ได้แก่

1. ชนิดและเกรดของเม็ดพลาสติก 

2. สารเติมแต่งที่ใช้ในการผลิต 

3. สีหรือมาสเตอร์แบตช์ 

4. กระบวนการผลิตและความสะอาด 

5. การปนเปื้อนจากวัตถุดิบหรือกระบวนการ 

6. ฝาปิด แผ่นรองฝา และซีล 

7. ประเภทของอาหารที่สัมผัส 

8. อุณหภูมิขณะบรรจุและจัดเก็บ 

9. ระยะเวลาที่ผลิตภัณฑ์สัมผัสกับบรรจุภัณฑ์ 

10. เงื่อนไขการใช้งานแบบครั้งเดียวหรือใช้ซ้ำ 

เครื่องหมายรีไซเคิลหมายเลข 2 ใต้ขวดช่วยบอกว่าพลาสติกนั้นอยู่ในกลุ่ม HDPE แต่ไม่ได้ใช้แทนเอกสารรับรอง Food Grade หรือผลทดสอบการสัมผัสอาหาร

มาตรฐานขวด HDPE ในประเทศไทยเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง

สำหรับขวดและบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้สัมผัสอาหารในประเทศไทย หนึ่งในกฎหมายสำคัญคือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 435 พ.ศ. 2565 เรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก

ประกาศดังกล่าวครอบคลุมข้อกำหนดเกี่ยวกับภาชนะบรรจุพลาสติกที่ใช้กับอาหาร รวมถึงคุณภาพของวัสดุ ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย และเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายสารจากพลาสติกเข้าสู่อาหารหรือสารจำลองอาหาร

ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบประกาศ ตัวบท และฉบับแก้คำผิดได้จากเว็บไซต์ของ กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ประเด็นสำคัญคือ การอ้างว่า “ผ่านประกาศฉบับที่ 435” ควรมีเอกสารหรือรายงานผลทดสอบที่ตรวจสอบได้ โดยผู้ซื้อควรดูว่าเอกสารนั้นระบุข้อมูลต่อไปนี้หรือไม่

· ชื่อผู้ผลิตหรือผู้ยื่นตัวอย่าง 

· รายละเอียดตัวอย่างที่ทดสอบ 

· ชนิดพลาสติก 

· สีของบรรจุภัณฑ์ 

· วันที่ทดสอบ 

· วิธีทดสอบ 

· เงื่อนไขการทดสอบ 

· รายการที่ตรวจวิเคราะห์ 

· ผลทดสอบและเกณฑ์อ้างอิง 

· ชื่อห้องปฏิบัติการ 

· หมายเลขรายงานผลทดสอบ 

ไม่ควรพิจารณาจากข้อความโฆษณาหรือโลโก้มาตรฐานเพียงอย่างเดียว


บัญชีหมายเลข 1 ของประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 435 คืออะไร

ในเอกสารการขายบรรจุภัณฑ์ ผู้ประกอบการอาจพบข้อความว่า “ผ่านประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 435 บัญชีหมายเลข 1”

ข้อความดังกล่าวควรตรวจสอบควบคู่กับรายงานผลทดสอบจริง เพราะบัญชีที่แนบท้ายประกาศประกอบด้วยรายละเอียดและเกณฑ์ที่ต้องพิจารณาตามประเภทของวัสดุและการใช้งาน

สิ่งที่ผู้ซื้อควรตรวจสอบคือ

· รายงานทดสอบอ้างอิงประกาศและบัญชีใด 

· ตัวอย่างที่ส่งตรวจตรงกับสินค้าที่กำลังซื้อหรือไม่ 

· เป็นขวดสำเร็จรูปหรือเป็นเพียงเม็ดพลาสติก 

· สีและสูตรวัสดุตรงกับสินค้าที่ส่งมอบหรือไม่ 

· เงื่อนไขทดสอบเหมาะกับประเภทอาหาร อุณหภูมิ และระยะเวลาสัมผัสจริงหรือไม่ 

หากผู้ประกอบการบรรจุสินค้าที่มีไขมัน ความเป็นกรด แอลกอฮอล์ หรือส่วนประกอบที่มีความเข้มข้นสูง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญหรือห้องปฏิบัติการประเมินว่าต้องใช้สารจำลองอาหารและเงื่อนไขการทดสอบแบบใด

มอก. 655 เล่ม 1-2553 เกี่ยวข้องกับขวด HDPE อย่างไร

มอก. 655 เล่ม 1-2553 เป็นมาตรฐานที่มักถูกอ้างอิงกับภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหารในกลุ่มพอลิเอทิลีน

แต่การเห็นข้อความว่า “ผลิตตาม มอก.” หรือ “ผ่าน มอก.” ยังไม่ควรเป็นจุดสิ้นสุดของการตรวจสอบ ผู้ซื้อควรขอดูเอกสารที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบว่า

· เป็นใบอนุญาต รายงานทดสอบ หรือหนังสือรับรองประเภทใด 

· เอกสารออกให้แก่บริษัทใด 

· ครอบคลุมโรงงานผลิตใด 

· ครอบคลุมผลิตภัณฑ์หรือรุ่นใด 

· ครอบคลุมขวดสีใด 

· ครอบคลุมขนาดที่กำลังสั่งซื้อหรือไม่ 

· เอกสารยังอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ 

· มีการเปลี่ยนเม็ดพลาสติก สี ฝา หรือกระบวนการหลังออกเอกสารหรือไม่ 

ผู้ประกอบการควรตรวจสอบชื่อมาตรฐาน ฉบับที่ใช้บังคับ และสถานะล่าสุดกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปใช้อ้างอิงทางการค้า

สิ่งสำคัญคือ รายงานทดสอบตามมาตรฐานฉบับหนึ่งอาจไม่ได้หมายความว่าผู้ขายได้รับอนุญาตให้แสดงเครื่องหมายมาตรฐานกับสินค้าทุกรุ่น การใช้ข้อความทางการตลาดจึงต้องสอดคล้องกับขอบเขตของเอกสารจริง


EU 10/2011 คืออะไร และสำคัญต่อผู้ส่งออกอย่างไร

Commission Regulation (EU) No 10/2011 เป็นข้อกำหนดของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับวัสดุและสิ่งของพลาสติกที่มีวัตถุประสงค์ให้สัมผัสอาหาร

ข้อกำหนดนี้เกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญ เช่น


· รายการสารที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ 

· ข้อจำกัดของสารบางชนิด 

· Overall Migration Limit

· Specific Migration Limit

· การทดสอบด้วยสารจำลองอาหาร 

· เงื่อนไขด้านเวลาและอุณหภูมิ 

· Declaration of Compliance

· เอกสารสนับสนุนสำหรับการตรวจสอบ 

EU 10/2011 มีการแก้ไขเพิ่มเติมเป็นระยะ ผู้ประกอบการส่งออกจึงควรตรวจสอบ ฉบับรวมที่เป็นปัจจุบัน ไม่ควรใช้รายงานหรือข้อความอ้างอิงฉบับเดิมโดยไม่ตรวจสอบวันที่และขอบเขต ปัจจุบันสามารถดูตัวบทฉบับรวมได้จาก EUR-Lex เว็บไซต์กฎหมายทางการของสหภาพยุโรป

หากลูกค้าปลายทางอยู่ในสหภาพยุโรป ผู้ซื้อควรสอบถามเพิ่มเติมว่า


1. ต้องการ Declaration of Compliance หรือไม่ 

2. ต้องการ Migration Test ของบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูปหรือไม่ 

3. ต้องทดสอบกับอาหารหรือสารจำลองอาหารประเภทใด 

4. ต้องใช้เงื่อนไขอุณหภูมิและเวลาระดับใด 

5. ต้องทดสอบฝาปิดและแผ่นซีลร่วมกับตัวขวดหรือไม่ 

6. ลูกค้ามี Restricted Substance List เพิ่มเติมหรือไม่ 

7. ต้องการเอกสารการสอบกลับของวัตถุดิบระดับใด 

การผ่านข้อกำหนดของประเทศไทยไม่ได้หมายความว่าจะผ่านข้อกำหนดของสหภาพยุโรปโดยอัตโนมัติ และในทางกลับกัน เอกสาร EU 10/2011 ก็ไม่ควรถูกใช้แทนการตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศไทยโดยไม่มีการประเมินเพิ่มเติม


เอกสาร Food Grade แต่ละประเภทบอกอะไรเราได้บ้าง

เอกสารที่เกี่ยวข้องกับขวด HDPE มีหลายประเภท แต่ละฉบับมีวัตถุประสงค์ต่างกัน ผู้ซื้อจึงควรเข้าใจว่าเอกสารแต่ละประเภทพิสูจน์อะไร และยังไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้

เอกสาร
ใช้ตรวจสอบอะไร
สิ่งที่ยังต้องตรวจเพิ่มเติม
TDS หรือ Technical Data Sheet
คุณสมบัติทางเทคนิคของเม็ดพลาสติกหรือวัสดุ
ไม่ใช่ผลทดสอบขวดสำเร็จรูป
SDS หรือ Safety Data Sheet
ข้อมูลความปลอดภัยและการจัดการวัตถุดิบ
ไม่ใช่ใบรับรอง Food Grade โดยตรง
COA หรือ Certificate of Analysis
ผลตรวจของวัตถุดิบหรือสินค้าล็อตหนึ่ง
ต้องดูว่ารายการทดสอบเกี่ยวข้องกับงานหรือไม่
Declaration of Compliance
การประกาศความสอดคล้องตามกฎระเบียบที่ระบุ
ต้องตรวจขอบเขต เงื่อนไข และผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม
Migration Test Report
ผลการเคลื่อนย้ายสารภายใต้เงื่อนไขทดสอบ
ต้องเทียบเงื่อนไขทดสอบกับการใช้งานจริง
Material Declaration
รายละเอียดชนิดวัสดุหรือองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง
อาจไม่ครอบคลุมคุณภาพของกระบวนการผลิต
ใบรับรองสีหรือ Masterbatch
ความเหมาะสมของสีและสารเติมแต่ง
ต้องตรวจว่าเป็นรหัสสีเดียวกับสินค้าที่ซื้อ
รายงานทดสอบขวดสำเร็จรูป
คุณสมบัติของตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ที่ส่งตรวจ
ต้องตรวจว่าตรงกับรุ่น สี และสูตรปัจจุบัน
เอกสาร Lot Traceability
การสอบกลับวัตถุดิบและการผลิต
ไม่ได้ยืนยันความเข้ากันได้กับผลิตภัณฑ์ที่บรรจุ

ใบรับรองเม็ดพลาสติกกับใบรับรองขวดสำเร็จรูปต่างกันอย่างไร

นี่คือประเด็นที่ผู้ซื้อบรรจุภัณฑ์มักเข้าใจคลาดเคลื่อนมากที่สุด
เอกสารของเม็ดพลาสติก เอกสารจากผู้ผลิตเม็ดพลาสติกช่วยยืนยันเกรดวัตถุดิบ คุณสมบัติพื้นฐาน และข้อกำหนดที่ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกประกาศไว้

แต่เอกสารนี้อาจยังไม่ครอบคลุม

· สีที่ผสมเพิ่ม 

· เศษพลาสติกหรือวัสดุหมุนเวียนในกระบวนการ 

· สารช่วยผลิต 

· การปนเปื้อนในโรงงาน 

· คุณภาพของขวดหลังขึ้นรูป 

· ฝาปิดและซีล 

· สภาวะการบรรจุจริง 

เอกสารของขวดสำเร็จรูป

รายงานขวดสำเร็จรูปจะสะท้อนตัวอย่างหลังผ่านกระบวนการผลิตแล้ว จึงมีความใกล้เคียงกับสินค้าที่ลูกค้าจะได้รับมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อยังต้องตรวจสอบว่าตัวอย่างในรายงานเป็นขวดรุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน และผลิตด้วยสูตรเดียวกับสินค้าที่สั่งซื้อหรือไม่

หากมีการเปลี่ยนผู้ผลิตเม็ดพลาสติก เปลี่ยนรหัสสี เพิ่มสารเติมแต่ง หรือเปลี่ยนกระบวนการผลิต ความเหมาะสมของเอกสารเดิมอาจต้องได้รับการประเมินใหม่


ระบบบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มีเฉพาะตัวขวด



แม้ตัวขวด HDPE จะผ่านเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง แต่บรรจุภัณฑ์สำเร็จรูปอาจยังประกอบด้วยวัสดุอื่นที่สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ เช่น

· ฝาพลาสติก 

· แผ่นโฟมรองฝา 

· แผ่น PE liner

· ซีลอะลูมิเนียม 

· กาวบนแผ่นซีล 

· จุกใน 

· วาล์ว 

· หัวปั๊ม 

· หัวสเปรย์ 

อุปกรณ์เหล่านี้ควรได้รับการพิจารณาตามลักษณะการสัมผัสจริง โดยเฉพาะเมื่อผลิตภัณฑ์มีโอกาสสัมผัสฝาระหว่างการขนส่ง การวางขวดนอน หรือการจัดเก็บในลักษณะกลับหัว

ดังนั้น การอนุมัติบรรจุภัณฑ์ควรพิจารณาเป็น “ระบบขวดและฝา” ไม่ควรอนุมัติเฉพาะตัวขวดโดยละเลยส่วนประกอบอื่น


Migration Test คืออะไร



Migration Test คือการทดสอบการเคลื่อนย้ายของสารจากบรรจุภัณฑ์ไปยังอาหารหรือสารจำลองอาหาร ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

การทดสอบอาจแบ่งเป็นสองกลุ่มสำคัญ ได้แก่

1. Overall Migration

เป็นการประเมินปริมาณรวมของสารที่เคลื่อนย้ายออกจากวัสดุภายใต้เงื่อนไขทดสอบ

2. Specific Migration

เป็นการตรวจสารเฉพาะชนิดที่มีข้อจำกัดหรือเกณฑ์กำหนด โดยรายการที่ต้องตรวจขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของวัสดุและกฎระเบียบที่นำมาใช้

รายงาน Migration Test จะมีความหมายต่อการใช้งานก็ต่อเมื่อเงื่อนไขทดสอบสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์จริง เช่น

· ผลิตภัณฑ์มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก 

· ผลิตภัณฑ์มีความเป็นกรด 

· ผลิตภัณฑ์มีไขมันหรือน้ำมัน 

· ผลิตภัณฑ์มีแอลกอฮอล์ 

· บรรจุแบบร้อน 

· จัดเก็บระยะยาว 

· เก็บในอุณหภูมิห้อง 

· เก็บในห้องเย็น 

· มีการอุ่นหรือผ่านกระบวนการให้ความร้อน 

ผลทดสอบภายใต้สภาวะหนึ่งจึงไม่ควรถูกนำไปสรุปว่าครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์และทุกสภาวะโดยอัตโนมัติ


ข้อมูลที่ต้องแจ้งผู้จำหน่ายก่อนขอเอกสาร



เพื่อให้ผู้จำหน่ายตรวจสอบรุ่นบรรจุภัณฑ์และเอกสารได้ถูกต้อง ผู้ซื้อควรให้ข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้

1. ชื่อและประเภทของผลิตภัณฑ์ 

2. ส่วนประกอบหลัก 

3. ค่า pH โดยประมาณ 

4. มีน้ำมัน ไขมัน แอลกอฮอล์ หรือตัวทำละลายหรือไม่ 

5. ความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ 

6. อุณหภูมิขณะบรรจุ 

7. อุณหภูมิระหว่างจัดเก็บ 

8. ระยะเวลาจัดเก็บ 

9. ลักษณะการขนส่ง 

10. ประเทศปลายทาง 

11. มาตรฐานที่ลูกค้าปลายทางกำหนด 

12. ขนาดขวดและรูปแบบฝาที่ต้องการ 

13. ต้องการขวดสีธรรมชาติหรือขวดสี 

14. เป็นบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียวหรือมีแผนนำกลับมาใช้ซ้ำ 

หากเป็นสูตรลับ ผู้ซื้ออาจให้ข้อมูลในรูปแบบช่วงค่า คุณสมบัติทางเคมี หรือ SDS ของผลิตภัณฑ์แทนการเปิดเผยสูตรทั้งหมดได้


จุดที่ควรระวังเมื่อตรวจเอกสารขวด HDPE Food Grade

1. ใช้คำว่า “FDA Approved” แต่ไม่มีเอกสารประกอบ

คำดังกล่าวอาจมีความหมายไม่ชัดเจน เพราะต้องตรวจสอบว่าเป็น FDA ของประเทศใด อ้างอิงกฎระเบียบฉบับใด และครอบคลุมวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ระดับใด

2. เอกสารเป็นของเม็ดพลาสติก แต่ใช้รับรองขวดทุกแบบ

เม็ดพลาสติกเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป ยังต้องพิจารณาสี สารเติมแต่ง กระบวนการผลิต ฝา และซีลร่วมด้วย

3. รายงานทดสอบขวดสีธรรมชาติ แต่สินค้าที่ซื้อเป็นขวดสี

สีหรือมาสเตอร์แบตช์เป็นส่วนหนึ่งของสูตรวัสดุ จึงควรตรวจสอบเอกสารของสีและประเมินความครอบคลุมของรายงานเดิม

4. รายงานไม่ระบุรุ่นหรือรายละเอียดตัวอย่างชัดเจน

หากไม่สามารถเชื่อมโยงรายงานกับสินค้าที่ซื้อได้ ผู้ซื้อจะตรวจสอบย้อนกลับได้ยากเมื่อเกิดปัญหา

5. เงื่อนไขทดสอบไม่ตรงกับการใช้งาน

ตัวอย่างเช่น ทดสอบสำหรับการจัดเก็บที่อุณหภูมิห้อง แต่ผลิตภัณฑ์จริงบรรจุขณะร้อนหรือจัดเก็บเป็นเวลานาน

6. ตรวจเฉพาะขวด แต่ไม่ตรวจฝาและซีล

ฝาหรือซีลอาจสัมผัสผลิตภัณฑ์โดยตรง โดยเฉพาะระหว่างการขนส่ง

7. ใช้รายงานเก่าโดยไม่ตรวจการเปลี่ยนแปลง

แม้เอกสารไม่มีวันหมดอายุที่ระบุชัด แต่หากวัตถุดิบ สูตรสี กระบวนการ หรือผู้ผลิตเปลี่ยนไป ควรประเมินว่าเอกสารเดิมยังใช้ได้หรือไม่

8. ไม่มีหมายเลขล็อตหรือข้อมูลสอบกลับ

เมื่อเกิดปัญหา ผู้ซื้ออาจไม่สามารถแยกล็อตที่ได้รับผลกระทบหรือตรวจสอบวัตถุดิบที่ใช้ผลิตได้


Checklist ตรวจเอกสารก่อนอนุมัติบรรจุภัณฑ์



ก่อนสั่งซื้อขวดหรือแกลลอน HDPE จำนวนมาก ผู้ประกอบการสามารถใช้รายการต่อไปนี้ในการตรวจสอบ

ด้านตัวผลิตภัณฑ์

· รุ่นและขนาดตรงกับตัวอย่างที่อนุมัติ 

· น้ำหนักขวดอยู่ในเกณฑ์ที่ตกลง 

· สีและรหัสสีถูกต้อง 

· วัตถุดิบตรงตามข้อกำหนด 

· ปากขวดเข้ากับฝาที่เลือก 

· ฝา แผ่นรองฝา และซีลตรงตามสเปก 

ด้านเอกสาร

· เอกสารระบุชื่อผู้ผลิตหรือผู้รับผิดชอบ 

· ระบุชนิดวัสดุ 

· ระบุรุ่น สี หรือรายละเอียดตัวอย่าง 

· ระบุมาตรฐานที่ใช้อ้างอิง 

· มีวันที่และหมายเลขเอกสาร 

· มีผลทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่ตรวจสอบได้ 

· เงื่อนไขทดสอบสอดคล้องกับการใช้งาน 

· เอกสารครอบคลุมส่วนประกอบที่สัมผัสผลิตภัณฑ์ 

 

ด้านการทดสอบใช้งานจริง


· ทดลองบรรจุผลิตภัณฑ์จริง 

· ทดสอบการรั่ว 

· ทดสอบการคว่ำหรือนอนขวด 

· ทดสอบการตกกระแทกตามความเหมาะสม 

· ทดสอบการวางซ้อน 

· ทดสอบในอุณหภูมิจริง 

· สังเกตการบวม ยุบ แตกร้าว หรือเปลี่ยนสี 

· ตรวจกลิ่น สี และคุณภาพของผลิตภัณฑ์หลังจัดเก็บ 

· ทดลองขนส่งก่อนอนุมัติคำสั่งซื้อจำนวนมาก 


ผู้ส่งออกควรขอเอกสารอะไรเพิ่มเติม


หากสินค้าจะถูกส่งออก ผู้ประกอบการควรขอข้อกำหนดด้านบรรจุภัณฑ์จากลูกค้าหรือผู้นำเข้าก่อนเลือกขวด เพราะแต่ละประเทศและลูกค้าอาจกำหนดเอกสารแตกต่างกัน

เอกสารที่อาจถูกขอเพิ่มเติม ได้แก่

· Declaration of Compliance

· Migration Test Report

· รายการสารที่ถูกจำกัด 

· เอกสารเกี่ยวกับโลหะหนัก 

· เอกสารยืนยันองค์ประกอบวัสดุ 

· เอกสารของสีและสารเติมแต่ง 

· เอกสารเกี่ยวกับวัตถุดิบรีไซเคิล 

· เอกสารการสอบกลับ 

· ใบรับรองระบบการจัดการคุณภาพ 

· หนังสือรับรองตามข้อกำหนดเฉพาะของลูกค้า 

ควรส่งเอกสารให้ฝ่าย Regulatory, Quality Assurance หรือฝ่ายเทคนิคของลูกค้าตรวจสอบก่อนเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์


เลือกขวด HDPE Food Grade กับ TINH 156 SUPPLY

บริษัท ติณห์ 156 ซัพพลาย จำกัด ให้บริการขวด แกลลอน และบรรจุภัณฑ์ HDPE สำหรับธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรม ครอบคลุมขนาดตั้งแต่ประมาณ 200 ซีซี ถึง 30 ลิตร ตามรุ่นผลิตภัณฑ์

เหมาะสำหรับงานหลายประเภท เช่น

· วัตถุดิบอาหาร 

· Food Additive

· Flavor

· Enzyme

· เครื่องปรุงและซอส 

· เคมีภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร 

· น้ำยาทำความสะอาด 

· สารเคมีในระบบ CIP

· ปุ๋ยและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร 

· เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล 

· ผลิตภัณฑ์ OEM

ลูกค้าควรแจ้งรายละเอียดสารที่จะบรรจุ ความเข้มข้น อุณหภูมิ ระยะเวลาจัดเก็บ และประเทศปลายทาง เพื่อให้สามารถคัดเลือกรุ่นขวด ฝา ซีล และตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

แม้ HDPE จะทนสารเคมีหลายประเภทและรองรับอุณหภูมิได้ในช่วงหนึ่ง แต่ความเหมาะสมจริงขึ้นอยู่กับรุ่นบรรจุภัณฑ์ สูตรผลิตภัณฑ์ และเงื่อนไขการใช้งาน จึงควรทดสอบกับผลิตภัณฑ์จริงก่อนสั่งซื้อจำนวนมากทุกครั้ง


สรุป

การเลือกขวด HDPE Food Grade ไม่ควรพิจารณาเพียงคำว่า “Food Grade” หรือเครื่องหมายรีไซเคิลหมายเลข 2 ใต้ขวด แต่ต้องตรวจสอบทั้งวัตถุดิบ สี กระบวนการผลิต ตัวขวด ฝา ซีล และสภาวะการใช้งานจริง

เอกสารสำคัญที่ผู้ประกอบการควรรู้จัก ได้แก่

· เอกสารรับรองเม็ดพลาสติก 

· TDS และ SDS

· Certificate of Analysis

· Declaration of Compliance

· Migration Test Report

· เอกสารรับรองสีหรือมาสเตอร์แบตช์ 

· รายงานทดสอบขวดสำเร็จรูป 

· เอกสารการสอบกลับล็อตการผลิต 

สำหรับการจำหน่ายในประเทศไทย ควรตรวจสอบข้อกำหนดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 435 พ.ศ. 2565 และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ส่วนการส่งออกต้องตรวจสอบกฎระเบียบของประเทศปลายทาง เช่น EU 10/2011 รวมถึงข้อกำหนดเฉพาะของลูกค้า

การขอเอกสารให้ครบก่อนอนุมัติบรรจุภัณฑ์ ช่วยลดความเสี่ยงด้านคุณภาพ ความปลอดภัย การถูกปฏิเสธสินค้า และปัญหาเอกสารในขั้นตอนส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หมายเหตุ: กฎหมายและมาตรฐานอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม ผู้ประกอบการควรตรวจสอบตัวบทฉบับล่าสุด ขอบเขตของเอกสาร และเงื่อนไขการใช้งานกับหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้อ้างอิงเชิงพาณิชย์


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรฐาน HDPE Food Grade



1. เครื่องหมายหมายเลข 2 ใต้ขวดแปลว่าเป็น Food Grade หรือไม่

ไม่ใช่ เครื่องหมายหมายเลข 2 บอกว่าพลาสติกอยู่ในกลุ่ม HDPE แต่ไม่ได้ยืนยันว่าขวดผ่านข้อกำหนดสำหรับการสัมผัสอาหาร ต้องตรวจสอบเกรดวัตถุดิบ เอกสาร และผลทดสอบเพิ่มเติม

2. มีใบรับรองเม็ดพลาสติกแล้ว จำเป็นต้องตรวจขวดสำเร็จรูปหรือไม่

ควรตรวจ เพราะกระบวนการผลิต สี สารเติมแต่ง ฝา และซีลอาจมีผลต่อความเหมาะสมของบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป

3. SDS ใช้ยืนยันว่าเป็น Food Grade ได้หรือไม่

SDS เป็นเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารหรือวัสดุ ไม่ใช่หลักฐาน Food Grade โดยตรง ควรใช้ร่วมกับ Declaration, Compliance Statement หรือรายงานผลทดสอบที่เกี่ยวข้อง

4. ขวดที่ผ่าน Migration Test ใช้บรรจุอาหารทุกชนิดได้หรือไม่

ไม่เสมอไป ต้องตรวจว่าประเภทสารจำลองอาหาร เวลา และอุณหภูมิที่ใช้ทดสอบครอบคลุมการใช้งานจริงหรือไม่

5. ขวดสีขาวใช้เอกสารเดียวกับขวดสีธรรมชาติได้หรือไม่

ไม่ควรสรุปโดยอัตโนมัติ เพราะสูตรสีหรือมาสเตอร์แบตช์เป็นส่วนหนึ่งของวัสดุ ควรตรวจเอกสารของสีและขอบเขตของรายงานทดสอบ

6. ผ่านประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 435 แล้วส่งออกยุโรปได้ทันทีหรือไม่

ยังสรุปไม่ได้ ผู้ส่งออกต้องตรวจสอบ EU 10/2011 ฉบับปัจจุบัน กฎระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง และข้อกำหนดเฉพาะของผู้นำเข้าหรือลูกค้าปลายทาง

7. วิธีที่ปลอดภัยที่สุดก่อนสั่งซื้อจำนวนมากคืออะไร

ขอเอกสารที่ตรงกับรุ่นสินค้า ตรวจสอบขวด ฝา และซีลเป็นระบบ ทดลองบรรจุผลิตภัณฑ์จริง และทำ Storage Test กับ Transportation Test ภายใต้สภาวะใกล้เคียงการใช้งานจริง



· ติดต่อสอบถามขวดและแกลลอน HDPE จาก TINH 156 SUPPLY

 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy